ระหว่างวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2569 รศ.ดร.ลำปาง แม่นมาตย์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำทีมลงพื้นที่สัมภาษณ์เกษตรกร ผู้ประกอบการเลี้ยงจิ้งหรีด ในจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ภายใต้ 2 โครงการวิจัยสำคัญ คือ โครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดด้วยเทคโนโลยีอาหาร กระบวนการเลี้ยง และเครือข่ายการเรียนรู้ “พาทำ ทำด้วยกัน” และโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเรียนรู้เพื่อยกระดับขีดความสามารถผู้เลี้ยงสู่มาตรฐานการส่งออก ซึ่งการชี้แจงวัตถุประสงค์และแนวทางดำเนินงานได้รับความร่วมมือจากกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี



โดยโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเรียนรู้เพื่อยกระดับขีดความสามารถผู้เลี้ยง ผู้ประกอบการ และผู้นำการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ตลอดห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมเลี้ยงจิ้งหรีดสู่มาตรฐานการส่งออก มุ่งสร้างกลไกเชื่อมโยง “ผู้ผลิต” และ “ตลาด” ผ่าน 3 องค์ประกอบหลัก คือ ผู้รวบรวม (Collector) ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Key Agent) และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ร่วมกัน (Learning Platform) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน พร้อมปรับบทบาทเกษตรกรให้เป็น “ผู้ประกอบการ” ที่พึ่งพาตนเองได้ สำหรับโครงการการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีด โดยใช้เทคโนโลยีด้านอาหารเลี้ยงจิ้งหรีด กระบวนการเลี้ยง และพัฒนาเครือข่ายกระบวนการเรียนรู้ ด้วยหลักการ “พาทำ ทำด้วยกัน” โครงการนี้มุ่งเน้นการนำผลงานวิจัยมาต่อยอดสู่การปฏิบัติจริง ด้วยนวัตกรรมอาหารเลี้ยงจิ้งหรีดจากพืชพื้นถิ่นเพื่อลดต้นทุน และใช้นวัตกรรมกระบวนการเลี้ยงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต โดยตั้งเป้าหมายสร้างรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน เพื่อเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ



ปัจจุบันกลุ่มผู้เลี้ยงจิ้งหรีด ได้รับผลกระทบจากต้นทุนอาหารที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ บางรายต้องหยุดเลี้ยง เลิกเลี้ยง ขายบ่อ ลดจำนวนลง ต้องการให้หน่วยงานราชการหรือมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยเหลือในด้านการตลาด เพื่อให้อาชีพการเลี้ยงจิ้งหรีดยังคงเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไป การลงพื้นที่ของ สยปพ. มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเก็บข้อมูลพฤติกรรมและความเดือดร้อนของเกษตรกรในสภาวะตลาดผันผวนเท่านั้น แต่เป็นการเดินหน้าส่งต่อ “นวัตกรรมอาหารพืชพื้นถิ่น” และ “แพลตฟอร์มการเรียนรู้” ที่จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้สุทธิให้เกษตรกรไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อเดือน พร้อมทั้งเปลี่ยนผ่านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการอย่างเต็มตัว ซึ่งจะเป็นโมเดลต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป




