สถาบันยุทธศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 สถาบันวิจัยยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย ดร.สริญญา ลัทธิ์ถีระสุวรรณ นักวิชาการแผนและสารสนเทศ สถาบันวิจัยยุทธศาสตร์ฯ และทีมงาน ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสำรวจตลาดจิ้งหรีดของผู้รับซื้อแมลงรายใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมาเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดแมลงในปัจจุบัน มาเป็นแนวทางให้กับผู้เลี้ยงแมลง

ธุรกิจการรับซื้อและจำหน่ายแมลงในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงการค้าขายรายย่อยในชุมชน แต่ได้พัฒนาเป็นอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงผู้เลี้ยงจิ้งหรีดจากหลายจังหวัดเข้าสู่ตลาดกลางขนาดใหญ่ หัวใจสำคัญของธุรกิจนี้คือการบริหารจัดการเครือข่ายผู้ผลิต คุณภาพของสินค้า และการปรับตัวตามกลไกราคาของตลาดขายส่ง แหล่งที่มาของแมลงส่วนใหญ่มาจากผู้เลี้ยงจิ้งหรีดในพื้นที่ภาคอีสาน เช่น สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น และนครราชสีมา ซึ่งมีทั้งที่เป็นชาวบ้านรายย่อยและฟาร์มขนาดใหญ่ที่เลี้ยงส่งอย่างต่อเนื่อง และมักจะเป็นลูกฟาร์มประจำที่ร่วมธุรกิจกันมานาน โดยในสภาวะปกติปริมาณการค้าขายอาจสูงถึง 10-12 ตันต่อเดือน สินค้าส่วนใหญ่ จะถูกส่งต่อไปยังตลาดไทเพื่อกระจายสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ คุณภาพสินค้าที่ตลาดต้องการ คือแมลงที่ตัวแก่สม่ำเสมอ มีไข่เต็มท้อง และไม่มีกลิ่นเหม็น ความมันของไข่คือจุดขายที่ทำให้ผู้บริโภคชื่นชอบ หากแมลงไม่มีไข่ตัวจะแฟบหลังจากนำไปต้ม และขั้นตอนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวมีความสำคัญมาก ต้องอัดน้ำแข็งเพื่อรักษาความสดและป้องกันการเน่าเสียก่อนนำส่ง ซึ่งพ่อค้าคนกลางจะนำมาล้างและต้มสุกด้วยเทคนิคเฉพาะเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุด ในส่วนของราคานั้นราคายืนพื้นมักจะอยู่ที่ประมาณ 90 บาทต่อกิโลกรัม แต่อาจขยับสูงขึ้นถึง 120 บาทในช่วงหน้าหนาวเนื่องจากแมลงเลี้ยงยากและขาดตลาด โดยมีการใช้ห้องเย็นขนาดใหญ่ เพื่อสต็อกสินค้าไว้รองรับช่วงที่ผลผลิตขาดแคลน

ปัจจุบันธุรกิจแมลงต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้บริโภคต้องประหยัดค่าใช้จ่ายและเลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่จำเป็นก่อน ส่งผลให้ยอดขายลดลง จึงต้องมีการให้คำแนะนำแก่ผู้เลี้ยงจิ้งหรีด เช่น การพักบ่อ หรือทยอยลงไข่เป็นรุ่นๆ เพื่อไม่ให้ผลผลิตออกมาล้นตลาดและราคาตกต่ำ การสื่อสารและความซื่อสัตย์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ห่วงโซ่ธุรกิจนี้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว