สถาบันยุทธศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 สถาบันวิจัยยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย ดร.อนุวรรตน์ ศรีสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยุทธศาสตร์ฯ และทีมงาน ลงพื้นที่ตลาดเมืองทอง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เพื่อสำรวจตลาดจิ้งหรีดของผู้รับซื้อแมลงรายใหญ่ในจังหวัดอุดรธานีเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดแมลงในปัจจุบัน เพื่อมาเป็นแนวทางให้กับผู้เลี้ยงแมลง โดยมีเจ๊น้อย ขายแมลง เป็นผู้ให้ข้อมูลในครั้งนี้

จากการสำรวจ พบว่า อุตสาหกรรมแมลงในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะจิ้งหรีดและสะดิ้งได้พัฒนาจากอาชีพเสริมในครัวเรือนสู่ธุรกิจการค้าส่งที่เชื่อมโยงเกษตรกรรายย่อยเข้ากับตลาดได้ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 7-10 ปี โดยเริ่มต้นจากการเลี้ยงเองก่อนจะขยายบทบาทเป็นผู้รับซื้อรายใหญ่ ปัจจุบันธุรกิจนี้มีการจัดการที่เป็นระบบที่มีปริมาณการรับซื้อหมุนเวียนเฉลี่ย 3-5 ตันต่อเดือน ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่มาจากเครือข่ายเกษตรกรในจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดขอนแก่น การกำหนดความอยู่รอดของธุรกิจที่สำคัญคือ คุณภาพและมาตรฐานสินค้าที่ตรงตามความต้องการของตลาด ผู้ค้าส่งจะให้ความสำคัญกับแมลงที่ตัวใหญ่ มีขนาดสม่ำเสมอ และมีความแข็งแรง ซึ่งสิ่งที่เป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในเชิงคุณภาพคือภาวะแมลงเป็นท้องน้ำหรือลักษณะที่แมลงตัวนิ่มเปื่อยและมีน้ำแฉะเต็มมือเมื่อจับดู จะสะท้อนถึงการจัดการหลังเก็บเกี่ยวที่ไม่ดี ดังนั้น เกษตรกรต้องมีความพิถีพิถันในการรอให้แมลงที่น็อคแล้วเย็นสนิทก่อนบรรจุลงถุงพลาสติกเพื่อป้องกันการเน่าเสียระหว่างขนส่ง โดยราคารับซื้อหน้าฟาร์มอยู่ที่ 80-90 บาทต่อกิโลกรัม แต่มีความผันผวนตามฤดูกาลอย่างมาก โดยเฉพาะใน หน้าหนาว ที่แมลงโตช้าและขาดแคลน ราคารับซื้ออาจพุ่งสูงถึง 150 บาท และราคาขายปลีกสำหรับผู้บริโภคอาจสูงถึง 180 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่หน้าร้อนผลผลิตจะมีปริมาณมากทำให้ราคาลดต่ำลงและขายออกได้ยากกว่า

ปัจจุบันธุรกิจแมลงต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มลูกค้าหลัก  ซึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดที่รับไปทอดขายต่อ จากยอดขายที่เคยสูงถึงวันละ 7,000 บาท ลดลงเหลือเพียง 3,000 บาท เนื่องจากผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องระมัดระวังในการขยายธุรกิจ การสื่อสารระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพการเลี้ยงและการวางแผนการผลิต จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ห่วงโซ่ธุรกิจแมลงดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคงท่ามกลางความผันผวนของตลาดในปัจจุบัน